วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การจัดการสิ่งแวดล้อมของสถานพยาบาล(ครั้งที่ 3)

การจัดการน้ำสะอาด
1.น้ำดื่ม
1.1 จากน้ำฝน
       -ทำความสะอาดพื้นที่รองรับน้ำฝน ได้แก่ หลังคา และรางน้ำ ถ้าพบว่าชำรุดหรือมีสนิมให้ทำการเปลี่ยนเป็นวัสดุที่ชะล้างและทำความสะอาดง่าย เช่นสแตนเลส สังกะสี หรือเซรามิค หรือทำตัวกรองติดกับรางระบายไว้ด้วยจะช่วยได้ดียิ่งขึ้น
       -ทำความสะอาดภาชนะกักเก็บน้ำฝน(โอ่ง ขนาด 100 ลิตร) โดยใช้น้ำคลอรีน(โดยเตรียมจากละลายผงปูนคลอรีน 1/2 ช้อนชา ลงในน้ำที่เตรียมมา = 1 ปีปคนให้เข้ากันแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ตกตะกอน )นำน้ำส่วนที่ใสมาใส่ในโอ่งที่ล้างเสร็จแล้ว แล้วล้างโอ่งด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
       -เตรียมโอ่งนำมาใส่น้ำฝนได้ เมื่อได้น้ำฝนแล้วก็เตรียมคลอรีนปริมาณเท่ากัน นำส่วนที่ใสมาใส่ในโอ่งทิ้งไว้ 30 นาที แล้วตรวจปริมาณคลอรีนในน้ำให้มีค่าอยู่ระหว่าง 0.2-0.5 มิลิกรัม/ลิตร
        -ปิดฝาโอ่ง เวลาจะใช้น้ำให้มีภาชนะตักน้ำที่สะอาดและควรมีมือจับวางไว้ในที่เหมาะสม
1.2 จากน้ำประปา
       ทำความสะอาดภาชนะกักเก็บน้ำฝน(โอ่ง ขนาด 100 ลิตร) โดยใช้น้ำคลอรีน(โดยเตรียมจากละลายผงปูนคลอรีน 1/2 ช้อนชา ลงในน้ำที่เตรียมมา = 1 ปีปคนให้เข้ากันแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ตกตะกอน )นำน้ำส่วนที่ใสมาใส่ในโอ่งที่ล้างเสร็จแล้ว แล้วล้างโอ่งด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
        ต่อวาล์วปิดเปิดน้ำ แล้วทำก็อกน้ำไว้บริเวณโอ่งภาชนะกักเก็บน้ำ ต่อสายยางไว้ขนาดความยาวมีระยะห่างพอที่จะใส่โอ่งภาชนะ ได้พอดี ก็อกน้ำควรเป็นโลหะมีสภาพดี และควรเป็นแบบเปิด-ปิด  2 จังหวะมีตัวกรองน้ำอีกชั้นหนึ่ง  สำหรับชนบทห่างไกลสามารถใช้ ชนิดที่มีขายตามท้องตลาดได้
         เปิดน้ำทิ้งไว้สัก 1-2  นาที  จึงค่อยนำสายยางใส่ลงโอ่งภาชนะ เมื่อเต็มแล้ว จึงปิดฝาโอ่ง 
เวลาจะใช้น้ำให้มีภาชนะตักน้ำที่สะอาดและควรมีมือจับวางไว้ในที่เหมาะสม
1.3 จากน้ำบ่อ
        นำน้ำจากบ่อน้ำมาใส่ในโอ่งภาชนะ  จนครบตามจำนวนภาชนะที่เตรียมไว้ ใช้สารส้ม โดยแกว่งสารส้ม เพื่อให้น้ำตกตะกอน  และขจัดความกระด้างน้ำ ประมาณ 10   นาที ตั้งทิ้งไว้จนน้ำหยุดนิ่ง  แล้วนำน้ำส่วนที่ใส ออกมาใส่ไว้ในภาชนะ(2)ที่เตรียมไว้ โดยเตรียมสารละลายผงปูนคลอรีน 1/2 ช้อนชา ลงในน้ำที่เตรียมมา = 1 ปีปคนให้เข้ากันแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ตกตะกอน  นำส่วนที่ใสมาใส่ในภาชนะ(2)  แล้วปิดฝาโอ่ง เวลาจะใช้น้ำให้มีภาชนะตักน้ำที่สะอาดและควรมีมือจับวางไว้ในที่เหมาะสม
1.4 จากเครื่องกรองน้ำ
         เครื่องกรองน้ำที่ใช้โดยทั่วไปมี 2 ชนิดได้แก่เครื่องกรองช้าและเครื่องกรองเร็ว โดยใช้ทรายเป็นสารกรองและใช้กรวดวางรองรับอีกชั้นหนึ่ง เมื่อใช้ไประยะหนึ่งสังเกตว่ามีน้ำขุ่นหรือไม่ถ้าเริ่มขุ่นให้หยุดใช้ แล้วเปลี่ยนไส้กรอง/สารกรอง หรือเมื่อใช้ไประยะหนึ่งอัตราการไหลของน้ำ ไหลออกจากเครื่องกรองได้น้อยลง แสดงว่าเกิดการอุดตันของผิวหน้าลานกรอง หรือมีตะกอนดินไปอุดตันตกค้างบนผิวหน้า ต้องทำการล้างเครื่องทวนย้อน(back wash )  ภาชนะที่ใช้เก็บควรเป็นภาชนะที่สะอาด ใส และไม่เป็นสนิม   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น